ประเทศไทยมีช่วงราคากว้างมาก ตัวเลข "ค่าเฉลี่ย" ทั้งประเทศจึงบอกอะไรได้น้อย สิ่งที่สำคัญคือ งบของคุณซื้ออะไรได้ในทำเลที่คุณสนใจ และมีค่าใช้จ่ายในการถือครองเท่าไหร่หลังเป็นเจ้าของ
งบแต่ละระดับซื้ออะไรได้ตามภูมิภาค
- กรุงเทพชั้นใน: คิดราคาต่อตารางเมตร ทำเลใจกลางใกล้รถไฟฟ้าราคาสูงสุด ขยับออกไปไม่กี่สถานีจะได้พื้นที่มากขึ้นในงบเท่าเดิม
- ชายทะเล: พัทยาและหัวหินมักให้พื้นที่มากกว่ากรุงเทพชั้นในในงบเท่ากัน ห้องวิวทะเลและริมหาดมีราคาพรีเมียม
- ภูเก็ต: ราคาสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะวิลล่าและโครงการสไตล์รีสอร์ตที่มีการบริหารจัดการ
- ภาคเหนือ: เชียงใหม่เป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ที่ราคาเข้าถึงได้ มีบ้านและที่ดินในราคาที่จับต้องได้
ดูราคาต่อตารางเมตร ไม่ใช่ราคาป้าย
เพราะราคาขึ้นกับทำเล การเดินทาง และขนาด การเปรียบเทียบที่น่าเชื่อถือที่สุดคือราคาต่อตารางเมตรภายในกลุ่มตัวเลือกที่ตรงงบ ห้องนอน และพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ใช่เทียบทั้งประเทศ ราคาป้ายที่ถูกกว่าของห้องใหญ่ในทำเลไม่ดี มักคุ้มค่าน้อยกว่าที่เห็น
ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากราคาซื้อ
ราคาป้ายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ควรเผื่องบสำหรับ
- ค่าธรรมเนียมการโอนและภาษี ณ วันโอน
- ค่าส่วนกลางและค่าบริหารจัดการสำหรับคอนโด
- เงินกองทุนสำรองสำหรับการดูแลอาคาร
- ค่าเฟอร์นิเจอร์และค่าปรับปรุงหากเป็นห้องมือสอง
แนวทางปฏิบัติ
กำหนดงบของคุณ แล้วกรองรายการที่ตรงเงื่อนไขตามงบนั้น และศึกษาราคาต่อตารางเมตรภายในกลุ่มนั้น วิธีนี้เปลี่ยนคำถามกว้างๆ ว่า "อสังหาฯ ราคาเท่าไหร่" ให้เป็นรายการที่เปรียบเทียบและตัดสินใจได้จริง