Real estate CRM คือระบบที่ทีมอสังหาริมทรัพย์ใช้จัดการลีด รายการทรัพย์ การติดตาม เอกสาร และการสื่อสารกับลูกค้า หน้าที่ของมันคือทำให้ผู้ซื้อ ผู้เช่า เจ้าของทรัพย์ และผู้ขายได้รับขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม โดยไม่มีอะไรขึ้นอยู่กับความจำของตัวแทนคนใดคนหนึ่ง

CRM สำหรับอสังหาฯ ทำอะไร

CRM ที่ดีควรรวมความสัมพันธ์รอบตัวคนและทรัพย์ไว้ในที่เดียว เช่น

  • เงื่อนไขผู้ซื้อและผู้เช่า เช่น งบ ทำเล ประเภททรัพย์ ห้องนอน ห้องน้ำ ระยะเวลา และสถานะสินเชื่อ
  • ข้อมูลเจ้าของทรัพย์ ผู้ให้เช่า และตัวแทน
  • สถานะรายการ นัดดูทรัพย์ ข้อเสนอ และเอกสาร
  • งานติดตามหลังการสอบถาม ดูทรัพย์ ต่อรอง และทำสัญญา
  • การค้นหาที่บันทึกไว้และการแจ้งเตือนเมื่อมีทรัพย์ตรงเงื่อนไข

สำหรับเจ้าของทรัพย์รายเล็ก ระบบอาจเป็นแค่การติดตามงานขาย แต่สำหรับเอเจนซีหรือดีเวลลอปเปอร์ ระบบนี้คือโครงสร้างหลักของดีมานด์ รายการทรัพย์ และการปิดการขาย

ทำไมการจับคู่จึงสำคัญ

CRM อเนกประสงค์อย่าง HubSpot หรือ Pipedrive เก็บรายชื่อและไปป์ไลน์ได้ดี และเอเจนซีไทยจำนวนมากก็ใช้ แต่สิ่งที่ขาดตั้งแต่แกะกล่องคือความเข้าใจความเหมาะสมของทรัพย์ หากผู้เช่าต้องการคอนโดกรุงเทพใกล้รถไฟฟ้าในงบที่กำหนด เงื่อนไขนั้นควรเชื่อมกับรายการปัจจุบันและการแจ้งเตือนในอนาคต หากนักลงทุนมองหาทรัพย์ธนาคารหรือที่ดินเชียงใหม่ ระบบควรจำ buy-box นั้นและแจ้งเมื่อมีรายการใหม่ ระบบเฉพาะทางอสังหาฯ พิสูจน์คุณค่าตรงจุดนี้ เงื่อนไขติดอยู่กับตัวคน และการเปลี่ยนแปลงของรายการทรัพย์เป็นตัวกระตุ้นการติดตาม

ประโยชน์ต่อทีมอสังหาฯ

  • ตอบกลับเร็วขึ้น เพราะมีการมอบหมายและติดตามลีด
  • คุณภาพลีดดีขึ้น เพราะเห็นว่าลูกค้าตรงกับทรัพย์ใด
  • ลดงานซ้ำ เพราะบันทึก เอกสาร และประวัติทรัพย์อยู่ร่วมกัน
  • รายงานเจ้าของทรัพย์ได้ดีขึ้นจากกิจกรรมและฟีดแบ็กจริง
  • ดูแลลูกค้าต่อเนื่องด้วยเงื่อนไขค้นหาและการแจ้งเตือน

Property Match ใช้หลักนี้อย่างไร

Property Match วางการจับคู่ไว้เป็นแกนกลาง ผู้ซื้อหรือผู้เช่าบอกสิ่งที่ต้องการ ระบบสร้างโปรไฟล์การจับคู่ และการแจ้งเตือนคอยติดตามรายการใหม่ รวมถึงทรัพย์ธนาคารและทรัพย์ประมูล เจ้าของทรัพย์และตัวแทนลงประกาศเข้าสู่ระบบจับคู่เดียวกันได้ นี่คือหลักคิด CRM ที่นำมาใช้กับการค้นหาอสังหาฯ: เก็บเงื่อนไข เก็บบริบท และทำให้การจับคู่ครั้งถัดไปเกิดขึ้นได้ง่าย